คงไม่มีใครเคยคิดว่า ในชีวิตของคนคนนึง จะมีความรู้สึก เหมือนกับว่า ได้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆนานา มานานมากแล้ว ทั้งๆที่เวลาที่ผ่านไปที่แท้จริง คือ 1 สัปดาห์เท่านั้น
มันคงเริ่มจากหลังสอบเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ซึ่งหลายๆคนคงรู้ว่าเรากำลังชอบคนคนนึงอยู่ เราตัดสินใจว่า จะทำอะไรสักอย่างหลังจากที่เราและเค้าสอบเสร็จแล้ว ซึ่งก้อคือวันนี้นี่เอง เราก็ได้โทรไปคุยเล่นกับเค้า ซึ่งทุกอย่างก็เป็นปกติ แต่ในวันนี้ เราก็เบื่อๆ เราก็เลยทักคนคนนึง ใน MSN ซึ่งรู้จักกันมานานแล้ว เป็นการแก้เบื่อ ซึ่งก็แก้เบื่อได้ดีในระดับนึง
ในวันที่ 13 คือวันถัดมา ก็ถือเป็นอีกวันสำคัญของเราอีกวันหนึ่งเหมือนกันนะ เรารู้สึกใจหายเล็กๆที่รู้ว่า วันนี้ จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว ที่เราจะอยู่ในฐานะผู้นำประชุม ของ กองบรรณาธิการเกษตรสาน เพราะว่า เป็นวันส่งมอบงานทั้งหมดให้กับรุ่นน้อง ต่อไป เราก็ไม่ต้องตามทวงงานน้องๆทุกเดือนๆเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
วันนี้ ก็เป็นวันที่เราได้รู้ว่า คนที่เราชอบนั้น รู้เรื่องของเราแล้ว และรอที่จะให้เราเป็นคนบอกด้วยตัวเองอยู่ ทำให้เราตัดสินใจว่า ภายในสัปดาห์นี้ เราจะสารภาพกับเค้า แม้ว่า คำตอบที่ได้อาจจะทำให้เจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ความระแวงทีเล่นทีจริงแบบนี้ มันครอบงำจนทำให้ มีแต่เสียกับเสีย
แต่เราก็ไม่สามารถบอกในเร็วๆนี้ได้ เพราะว่า ช่วงนี้ เปนช่วงที่เราจะต้องปั่นงานส่งวิชา Database เพราะว่าเพื่อนในกลุ่มไม่อยู่กัน ภาระหนักจึงตกมาอยู่ที่เรากับเพื่อนอีกคนในกลุ่ม ถ้าเราบอกเค้า คำตอบที่ได้รับจากเค้า อาจจะทำให้เราไม่มีกะใจที่จะทำงานต่อก็ได้ จึงตัดสินใจว่า เราจะส่งงานก่อนแล้วค่อยบอก
เป็นอันว่า ระหว่างวันที่ 14-16 ก็จะเป็นช่วงที่เราจริงจังกับงานแบบมากที่สุด มากกว่าที่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะว่าทำตั้งแต่บ่ายจนถึงตี 5 ทุกวัน เพื่อที่จะได้ปลดภาระที่มีทั้งหมด พร้อมกับยืดหน้า ไปบอกสารภาพกับเค้าแบบลูกผู้ชายตรงๆ โดยที่ไม่มีห่วง (แต่วันที่ 14 เราออกไปเดินหาซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์ย้อนหลังให้กับเค้าตอนช่วงเย็น เนื่องจากวันวาเลนไทน์นั้นไม่ได้ให้ และวันที่ 15 ซึ่งเรานัดเลี้ยงขอบคุณกองบรรณาการ )
สุดท้ายงานก็สำเร็จโดยบริบูรณ์ในคืนวันที่ 16 ( เอ้ย ต้องนับว่า 17 แล้วสิเนอะ มันหลังเที่ยงคืนนิ) เราปลดภาระกิจของเราหมดเรียบร้อยแล้ว รอเพียงแต่เค้า ซึ่งจะเข้ามาทำงานที่ มหาลัยเข้าเท่านั้น
ในที่สุดเราก็ได้บอกเค้า คำตอบเป็นไปตามคาด คือ No และดูเหมือนเจ้าตัวจะปิดกั้นตัวเองพอสมควร ในความคิดเรา ยังยืนยันที่จะสู้นะ แต่ยังนึกวิธีไม่ออกเลย ที่จะไม่ทำให้เค้ารำคาญวันนั้นเราก็ hurt แน่นอน เราเดินออกจากมหาลัยมาเรื่อยๆ จนถึง the mall (ถ้าไม่หิวข้าวก่อน คงออกไปถึงปากเก็ดแล้วมั้ง) ตามประสาคนอารมณ์เปลี่ยว สรุปว่าเราเศร้ามากละกัน วันนั้น
บางท่านอ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงคิดว่า เอาอีกแล้ว มาบ่นอะไรอีกแล้ว แต่ขอบอกว่า มันยังไม่จบ มันยังมีอะไรที่ตื่นเต้นกว่านี้อีก ต่อจากตรงนี้ไป
ไม่รู้ยังจำกันได้หรือเปล่า ที่เขียนไว้ข้างบนๆหน่อย ว่าเราได้กดทัก MSN คนคนหนึ่งไป เราคุยกะเค้าทุกวันนะ ตั้งแต่วันนั้น
คืนนั้นแล่ะ เค้าก็ได้รับฟังเรื่องราวของเรา เรื่องที่เราทำอะไรให้คนที่เราชอบบ้าง เรื่องที่เราเสียใจอย่างไร เค้าก้อเลยเหมือนออนเอ็มเป็นเพื่อนเรา คุยกับเรา ปลอบใจเราไปเรื่อย จนถึงตี 4 ครึ่งแน่ะ กว่าจะนอน จนทำให้เรา อารมณ์ดีขึ้นในวันต่อมา จนเรียกได้ว่า ไม่มีอาการเศร้าออกมาให้เห็นเลย (อาจเป็นเพราะเรายังไม่ได้ทุ่มเทอะไรไปมากมั้ง) แถมยังกวนประสาทชาวบ้านเค้ามากกว่าเดิมอีก อีกทั้งกิริยาอาการที่เรามีต่อคนคนนั้นก็เหมือนกับว่า เมื่อวานไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก่อนเลย
เอาเป็นว่า เราเหมือนคนปกติดีทุกอย่าง เพียงแต่ก็ยังคิดอยู่แล่ะ ว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี
หลังจากคืนนั้น เราก้ออนเอ็มคุยกับคนๆนี้ทั้งคืน ก็คุยสนุกดี แก้เบื่อ
วันจันทร์ที่ 20 เราตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ว่าเราจะทำงาน อบ.ก.ชุดใหม่ แบบเต็มตัว ในที่สุด เราก็ทิ้งมนต์เสนห์แห่ง อบ.ก.ไม่ลง
วันนี้แล่ะ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คนที่ ออนเอ็มคุยกับเราคนนี้ มาบอกชอบเรา ให้ตายเหอะ เรายังไม่เคยเจอกันเลยนะ หลังจากที่ได้คุยเปิดใจกันสักพัก ก็ได้ใจความว่า
เค้าชอบเราเมื่อเค้ารู้ว่าเราทำอะไรให้กับคนที่เราชอบบ้าง และเค้าก็รู้สึกเศร้า ที่เห็นเรามีความทุกข์ เค้าก็เลย อยู่กับเราถึงเช้า โดยที่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไม ต้องมาทำเพื่อคนคนนี้ด้วย
ให้ตายเหอะ ทำไมคนที่มาบอกชอบเรา ไม่ใช่คนเดียวกับคนที่เราบอกชอบเค้านะ ตัวเราเองก็ยังสับสนไม่หาย กับความผิดหวังที่ผ่านมา ส่วนตัวเค้าเอง ก็ไม่กล้าที่จะมีความรักครั้งใหม่ สุดท้าย เค้าก็ตัดสินใจว่า จะให้เราทั้ง 2 ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และให้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้น คงเหลืออยู่ในจิตใจก็พอ
ก็อยากจะบอกว่า เรารู้สึกดีนะ ที่มีคนมาชอบ มีคนมารู้สึกดีด้วย ถึงเราจะไม่เปนแฟนกัน แต่ยังไง ก็ ขอบคุณครับ จะไม่ลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมา 1 สัปดาห์นี้เลย
แล้วเค้าก็ต้องไปเรียนไกลบ้าน คงไม่ได้เล่นเนตอีกนาน เราก็จากกันด้วยดี แต่ก่อนกลับ ก็ได้มีการแลกเบอร์กัน เผื่อไม่ได้คุย m กันนาน แล้วจะใจหาย ก็จะได้คุยโทรศัพท์แทน
ส่วนเราก็ยังคงอยู่ในพวังค์สับสนต่อไป
ถึงแม้เหตุการณ์ที่เกิดใน blog ครั้งนี้ จะไม่เกิดข้อสรุปใดๆก็ตาม
แต่เราก็จะไม่ลืมสัปดาห์มหัศจรรย์นี้ไปอีกนานเลย สัปดาห์ที่เราได้บอกรักครั้งแรก และก็มีคนมาบอกรักเราเป็นครั้งแรก สัปดาห์ที่มีแต่ความเหนื่อยหน่าย ความประทับใจและการตัดสินใจ มันทำให้เวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวนี้ รู้สึกว่ามันยาวนานเหมือนเป็นปีขึ้นมาทีเดียว
edit @ 2006/03/21 23:04:46